ความรู้ในการ Forward Port

พอดีไปเจอโปรแกรมสำหรับ Forward Port มา ก็เลยขอเอาโปรแกรมและวิธีการทำที่คิดว่าคงจะไม่ยุ่งยากมาฝากกันสักหน่อย สำหรับท่านที่เคย Forward Port ด้วยวิธีแบบแมนนวลมาก่อนหน้า เพื่อจะนำไปใช้กับเซิฟเวอร์เกมส์หรือสำหรับโหลดบิททอร์เร้นต์ แล้วไม่ประสบความสำเร็จ ลองเอาโปรแกรมและวิธีการทำตรงนี้ไปลองใช้งานกันดูนะครับ

เรามาทำความรู้จักกับประโยชน์ของการทำ Forward Port กันก่อน

การ Forward Port คือ การกำหนดเส้นทางของข้อมูล ที่ติดต่อเข้ามายัง router ให้ forward ไปยังเครื่องที่อยู่หลัง router ที่ใช้ ip ภายใน โดยมีหลักการในการ forward โดยพิจารณาจากหมายเลข port ที่ติดต่อเข้ามา… เพราะ service หรือพวก application แต่ละชนิด จะมีหลายเลข number port ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารเป็นของตัวเองโดยเฉพาะ (จึงนำเอาเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ได้)… โดยจะต้องมีการตั้งค่าว่า ถ้ามีการติดต่อเข้ามาจาก port number ไหน จะให้ forward ข้อมูลเหล่านั้นไปยังเครืองที่อยู่หลัง router เครื่องไหน ( ip อะไร ) …. เช่น ถ้าเรามี ip จริง 1 ตัว อยู่ที่ตัว router แต่มี server ที่รันพวก service ต่างๆ เอาไว้หลายๆ ตัวในเครือข่าย ภายใน ซึ่งใช้ ip เป็น local ถ้าเราต้องการให้ผู้ใช้งานจากข้างนอก ติดต่อเข้ามายัง server เหล่านั้นได้ เราก็จะต้อง ทำการกำหนดว่า ถ้ามีการติดต่อเข้ามาทาง tcp/udp port หมายเลขอะไร จะให้ forward พวก traffic ไปยัง server ตัวไหน

Service & Application สำหรับ application หรือ service บางตัวนั้น ถ้าไม่มีการ forward port แล้วพวก traffic ที่เข้ามา จะไม่สามารถเข้ามายัง เครื่อง server ของเครือข่ายภายในได้ครับ ซึ่ง service บางชนิดนั้น ถ้าไม่ forward อาจจะทำให้ service บางอย่างไม่สามารถทำงานได้ เพราะแทรฟฟิกที่ติดต่อเข้ามา จะติดอยู่ที่ router นั่นเอง

 Note. เกือบลืมบอกไปว่า บทความนี้ ผมจะทำการ Forward Port ให้ Modem Router ทำงานกับโปรแกรม uTorrent เพื่อให้ Connectable เป็น Yes เพื่อให้การดาวน์โหลดไฟล์สามารถทำได้ดียิ่งขึ้น

 เครื่องมือหลักๆที่ต้องใช้สำหรับบทความนี้ก็คือ Simple Port Forwarding

 สำหรับท่านที่ไม่ทราบว่า IP ที่ Modem Router จ่ายมาให้นั้น เป็นหมายเลข IP อะไร สามารถตรวจสอบได้ดังนี้

 1. คลิก Start -> พิมพ์ CMD ที่ช่อง Search Box แล้ว Enter (หรือกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R สำหรับเรียกหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์ CMD -> Enter ก็ได้)

ที่หน้าต่าง Command Prompt พิมพ์คำสั่ง ipconfig (เพื่อเช็คดู IP Address)

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

2. เปิดโปรแกรม Simple Port Forwarding ขึ้นมา แล้วคลิกเลือกยี่ห้อ – รุ่นของ Modem Router ที่เราใช้งานอยู่ (2.)

ใส่ Router IP ของตัว Modem Router หรือเช็คจากหัวข้อ Default Gateway ในรูปด้านบน และใส่ Username/Password สำหรับให้โปรแกรมล็อกอินเข้าไปทำการปรับแต่ง Modem Router ได้ (3.)

แล้วคลิกเครื่องหมาย “+” (4.) เพื่อเพิ่มหมายเลขพอร์ตที่จะทำการ Forward

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

3. คลิก Add Custom (5.) แล้วใส่รายละเอียดที่จะทำการ Forward Port ลงไป (6.) แล้วคลิก Add (7.)

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

4. จากรูปด้านบน ถ้าหากท่านใดไม่ทราบว่า หมายเลขพอร์ตเราควรกำหนดเป็นหมายเลขอะไรดี ก็ลองเปิดโปรแกรม uTorrent ในส่วนของการปรับแต่ง (Preferences) ในรูปด้านล่าง เพื่อเช็คพอร์ตที่โปรแกรมกำหนดมาให้ก็ได้

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

5. เมื่อกำหนดค่าต่างๆในหัวข้อที่ 3. เรียบร้อยแล้ว ก็ให้คลิกปุ่ม Update Router เพื่อให้โปรแกรมเริ่มการปรับแต่ง

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

6. ตัวโปรแกรมก็จะล็อกอินเข้าสู่หน้าต่าง Modem Router และปรับแต่งค่าต่างๆให้โดยอัตโนมัติ

Note. ในส่วนของหัวข้อ Lan IP Address ถ้าหากโปรแกรมไม่ได้ใส่หมายเลข IP Address มาให้ ตรงนี้เราสามารถย้อนกลับไปดูหมายเลข IP ในหัวข้อที่ 1 แล้วเอามาใส่ลงไป พร้อมกับคลิก Add

 

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของการทำ Forware Port ด้วยวิธีการทำที่คิดว่าคงจะไม่ยากหรือซับซ้อนจนเกินไปนะครับ

หลังจากนี้ ถ้าอยากรู้ว่าขั้นตอนของการทำ Forward Port เพื่อให้ Connectable เป็น Yes สำหรับใช้กับโปรแกรมบิททอร์เร้นต์นั้น สำเร็จหรือเปล่า ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบกับเว็บผู้ให้บริการได้ทันที หรือจะใช้โปรแกรม PFPortChecker เพื่อตรวจเช็คก็ได้

 

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

Forward Port สำหรับ Router ทุกรุ่นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก!

 

วิธีการ FORWARD PORT ให้กับเครื่อง DVR  ( บทความที่2 )

http://www.interstarauto.co.th/CCTV/image/1170375555.gif

Port Forward มีความจำเป็นสำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อย่างเช่น ADSL ที่เชื่อมผ่านโมเด็ม Router จะต้องกำหนดชัดเจนถึงเส้นทางที่จะ เข้า-ออก
มาเข้าใจความหมายต่อไปนี้ก่อน จะทำให้เข้าใจเรื่อง Port Forward ยิ่งขึ้น
- ทุกอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะถูกกำหนดอย่างน้อยที่สุดหนึ่งไอพี (ip) เพื่อแสดงหมายเลขตำแหน่งที่อยู่
- แต่ละไอพีสามารถเลือกใช้พอร์ต (port) ใดๆพอร์ตหนึ่ง เพื่อ รับ-ส่ง ข้อมูล
- ไอพีหนี่ง ไม่สามารถเลือกใช้พอร์ตซ้ำ หรือพอร์ตที่ถูกไอพีอื่นเลือกใช้อยู่ก่อนแล้ว ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน
- NAT คือคำย่อจาก Network Address Translation สำหรับเครือข่ายใช้หนึ่งไอพีอ้างอิงตำแหน่ง เพื่อจัดการกับตำแหน่งที่อยู่ไอพีอื่นๆจำนวนมากมาย

สัญญาณ ADSL จะส่งมาเข้าที่ Router โดยมี External IP เปลี่ยนแปลงตามการเชื่อมต่อแต่ละครั้ง และ External IP นี้ บอกให้ทราบถึงที่อยู่ของเรา ไว้เพื่อติดต่อกับ External IP ของผู้อื่นที่ห่างไกล

ภายใน Router จะสร้าง Internal IP ออกมาสองชุด
- ชุดแรกหรือ Internal IP1 มีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า Gateway เป็น Fix IP (ไอพีเปลี่ยนแปลงตามบริษัทผู้ผลิต Router)
หน้าที่ของ Gateway คือ รับ-ส่ง ข้อมูลระหว่าง Client กับ Gateway และ Gateway กับ External IP
- ชุดสองหรือ Internal IP2 มีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า Client ยังแบ่งย่อยออกไปได้อีกตามจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อใช้อินเทอร์เน็ตร่วมกัน ตัวอย่างเช่น Client PC IP1, Client PC IP2, ......ต่อๆไป โดยกำหนดไอพีตามลำดับ และตามชนิดของบริษัทผู้ผลิต Router
หน้าที่ของ Client คือ รับ-ส่ง ข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ กับ Gateway

จะเห็นได้ว่า ในระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL ที่ใช้โมเด็ม Router เชื่อมต่อสัญญาณ  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Client) ไม่สามารถ รับ-ส่ง ข้อมูลโดยตรงระหว่าง Client กับ External IP แต่ต้องมี Gateway เป็นตัวกลาง คอยประสานงาน
ที่ต้องมี Gateway ก็เพื่อเป็นระบบป้องกันการบุกรุก โดยจะมี Options อย่างอื่นทำงานร่วมกันภายใน Router

การทำงานที่ซับซ้อนของ Router จึงต้องมี NAT เป็นเครื่องมือเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการ รับ-ส่งข้อมูล ผ่านพอร์ตที่เรากำหนด หรือเรียกทั่วไปว่า Port Forward ซึงจริงๆแล้วเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ จะละเลยไม่ได้

การ Port Forward ต้องทำสองที่ต่อไปนี้ คือที่ NAT กับที่ Connection
โดยกำหนดที่ NAT-Virtual Server (รายละเอียดตามลิงค์ต่อไปนี้ 
http://www.portforward.com/routers.htm)

ส่วนอีกที่ คือ Port Forward ที่ Connection
- เริ่มที่เปิด Command Prompt ก่อน โดยการคลิก Start>> All Programs>> Accessories>> Command Prompt
- จะเปิดกรอบหน้าต่าง Command Prompt ขึ้นมา พิมพ์ต่อด้วยข้อความ ipconfig/all
- เสร็จแล้วมองหาแถว IP Address จดหมายเลขไอพีไว้ ยกตัวอย่างหมายเลขไอพี เช่น 192.168.2.191
- และมองหาแถว subnet Mask จดหมายเลข subnet Mask ยกตัวอย่างหมายเลข subnet Mask เช่น 255.255.255.0
- และมองหาแถว Default Gateway จดหมายเลข Default Gateway ยกตัวอย่างหมายเลข Default Gateway เช่น 192.168.2.1
- จากนั้น คลิกซ้ายเมาส์ที่ Connection ไอค่อนรูปจอคู่ อยู่มุมขวาล่าง นำหมายเลขทั้งหมดที่หาได้มาพิมพ์ใส่ รายละเอียดตามรูปข้างล่างต่อไปนี้

ส่วนค่าตัวเลขของ Preferred DNS server กับ Alternate DNS server ได้มาจาก ISP ADSL ที่ใช้

http://www.interstarauto.co.th/CCTV/image/1170375778.gifhttp://www.interstarauto.co.th/CCTV/image/1170375795.gif

http://www.interstarauto.co.th/CCTV/image/1170375813.gif

http://www.interstarauto.co.th/CCTV/image/1204521821.jpg

ผมมีข้อแนะนำ

Preferred DNSให้ใส่ค่าเกตเวย์ของเร้าเตอร์...หรือใส่ค่านี้ค่าเดียว

Alternate DNS ให้ใส่ค่าฟิกซ์ไอพีหรือไอพีแลน/หรือไม่ต้องใส่

วิธีที่2

เข้าไปในเร้าเตอร์ ดูที่status

มันจะบอกค่าไอพี ที่มันต่อเชื่อมได้ในเวลาปัจจุบัน

และ

และค่า

Preferred DNS server

Alternate DNS server

Preferred DNS server  ใช้ เกตเวย์เร้าเตอร์ก็ได้ เช่น 192.168.1.1
Alternate DNS server  ไม่ต้องใส่